ในหลวง ร.10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว… รัชกาลที่10 ประเทศไทย



จาก..สยามมกุฎราชกุมาร ถึง..พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2495 พระประสูติกาล “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร” พระราชโอรส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โปรดเรื่อง “เครื่องบิน” และ “การทหาร” เมื่อเจริญพระชันษาจึงทรงเลือกเรียนทางด้านการทหารและการบิน รับราชการทหารตั้งแต่ยังทรงพระยศร้อยตรีจนทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ “ด้านการทหาร” มาโดยตลอด

รัชกาลที่10

พ.ศ.2552 ช่วงเกิดอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หนังสือดิฉัน ปีที่ 35 ฉบับที่ 850 31 กรกฎาคม พ.ศ.2555 บันทึกว่า ทรงปฏิบัติหน้าที่ “นักบินที่ 1” นำเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปใช้ในโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระองค์ท่านยังโปรด “ศิลปะ” มีพระปรีชาสามารถด้าน “พระราชนิพนธ์” ขณะพระชันษา 7 ปี ทรงแสดงพระอัจฉริยภาพและพระจินตนาการ ทรงเขียนภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานเป็น ส.ค.ส. ให้กับปวงชนชาวไทย ผ่านวารสารชัยพฤกษ์ ฉบับประจำวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2503 มีคำบรรยายเรื่องราวต่อเนื่อง 6 ภาพ

พระราชนิพนธ์ระหว่างยังทรงศึกษาอยู่ต่างประเทศ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ.2512 ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รับการกล่าวถึงว่างดงามด้วยฉันทลักษณ์ เนื้อหา ไพเราะ ซาบซึ้ง กินใจ

เช่นเดียวกับบทพระราชนิพนธ์ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2515 ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดี ยังแสดงให้เห็นถึงความมานะที่ทรงพยายามจะดำเนินตามรอยพระยุคลบาท…“พ่อแห่งแผ่นดิน”

รัชกาลที่10

วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2515 หลังพระชนมายุครบ 20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาให้ดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ตามขัตติยราชประเพณี การสืบราชสมบัติ พระมหากษัตริย์ไทย นับเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ที่ 3

ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัสถวายคำสัตย์ปฏิญาณในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาหลังพระราชพิธีเฉลิมพระนามาภิไธย ตามขัตติยราชประเพณี การสืบราชสมบัติพระมหากษัตริย์ไทย มีว่า…

“ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย เฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ท่ามกลางมหาสันนิบาตนี้ว่า… ข้าพเจ้าผู้เป็นมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต

…จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถและโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่”

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ทั้งด้านการทหาร ด้านการปกครอง ด้านการศาสนา ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนของประเทศ รวมไปถึงด้านการต่างประเทศ และอื่นๆ รวมเป็นพระราชภาระ สมพระราชอิสริยยศ “สยามมกุฎราชกุมาร”

ในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลยิ่งนี้ พสกนิกรทั่วประเทศไทยต่างร่วม แสดงความปลื้มปีติยินดี แสดงความจงรักภักดีด้วยการพร้อมใจกันเปล่งคำ…ถวายพระพร

ขอจงทรงพระเจริญ ขอจงทรงพระเจริญ ขอจงทรงพระเจริญ

พระราชประวัติการศึกษา

* กันยายน 2499 ทรงเข้าศึกษาในชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนจิตรลดา ในพระราชวังดุสิต
* มกราคม 2509 ทรงมีพระราชดำรัสอำลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ ความว่า… “วันที่ 7 มกราคมนี้ ข้าพเจ้าจะจากพระนครไปประเทศอังกฤษแล้ว จึงขอถือโอกาสนี้อำลาท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน ข้าพเจ้ามีใจผูกพันอยู่กับประเทศชาติและกับท่านทั้งหลายมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง และท่านทั้งหลายต่างได้แสดงน้ำใจไมตรีต่อข้าพเจ้าตลอดมา ข้าพเจ้าจึงตระหนักว่าในกาลข้างหน้า ข้าพเจ้ามีหน้าที่และจะต้องทำงานให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชนให้จงได้ ในโอกาสที่ข้าพเจ้าจะออกไปศึกษา ณ ต่างประเทศนี้ ข้าพเจ้าจึงตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะพยายามศึกษาเล่าเรียนโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เกิดความรู้และสติปัญญานำมาในการทำนุบำรุงประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าและรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งขึ้นไป
ข้าพเจ้าขอกล่าวคำอำลาท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอท่านทั้งหลายได้เอาใจช่วยข้าพเจ้าให้เกิดกำลังใจที่จะเล่าเรียนได้สำเร็จสมความตั้งใจโดยตลอดด้วย”
* สิงหาคม 2513 ทรงศึกษาวิชาทหาร โรงเรียนคิงส์สกูล นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
* มกราคม 2515 ทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยวิชาทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ณ ที่นี่ทรงต้องผ่านการทดสอบและการฝึก ซึ่งถือว่าเป็นระยะหนักที่สุดในชีวิตนักเรียนนายร้อย
* กรกฎาคม 2520 ทรงสอบเข้าเป็นนายทหารนักเรียนเสนาธิการทหารบก
* มกราคม 2523 ทรงศึกษาวิชาทหาร ณ หน่วยรบพิเศษฟอร์ทแบรก รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา

njpus24ncqkx5e1exvfw77umjacq30bsmixwxwjqvwr

ขอน้อมกราบ พระบาทมา บูชาพ่อ พ่อเพียรก่อ ชายมา จนกล้าแข็ง
พ่อรักชาย ห่วงชาย ไม่แสดง พ่อคอยแจ้ง ทิศทาง ให้สร้างตน
ชั่วชีวิต ที่ผ่านมา จนบัดนี้ เข้าใจดี ชายผิดพลาด ดื้อสับสน
เคยสร้างความ ยุ่งยาก ให้กังวล พ่อสู้ทน ให้อภัย แก้ไขมา
วันเวลา ผ่านไป ให้สำนึก ในส่วนลึก ของพ่อ ปรารถนา
ยากจะหา พ่อใคร ในโลกา ที่เมตตา รักลูก อย่างถูกทาง
จะอดกลั้น ขันติ มีมานะ เสียสละ ยุติธรรม นำตัวอย่าง
จะซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่อำพราง เดินสายกลาง ข่มใจ ให้นิ่มนวล
บรรดาข้าฯ บริวาร จะสานไว้ แม้ยากไร้ จะอุ้มชู สุดสงวน
จะเผื่อแผ่ เมตตา เท่าที่ควร เป็นขบวน แน่นมัด พัฒนา
การศึกษา ของชาย ในปีนี้ ก้าวหน้าดี ผ่านได้ ไร้ปัญหา
ขอถวาย ทูลหม่อมพ่อ ที่รอมา โล่งอุรา วันเฉลิม เพิ่มสุขเอย
พระราชนิพนธ์ 5 ธันวาคม พ.ศ.2515­­

 

ขอบคุณที่มา   : www.thairath.co.th/content/797687



ป้ายกำกับ:,

ติดต่อเรา
Contact Us