youtube vs facebook

เปิดเทรนด์ตลาด 2018 “วิดีโอคืออนาคต” ศึกแย่งชิงที่ 1 ระหว่าง Youtube vs. Facebook



เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแนวทางการทำการตลาดในปี 2018 หลายๆแบรนด์ต่างมุ่งเน้น ในด้านการผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอเป็นหลัก และทาง Facebook เองก็เคยพูดไว้ว่า วิดีโอคืออนาคต แต่ทิศทางการบริหารงานของ Facebook กลับสวนทางกับกระแสในตอนนี้เพราะ การประกาศให้ Facebook เป็นพื้นที่สำหรับเพื่อๆและครอบครัวมากกว่าพื้นที่ในการทำธุรกิจ ทำให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ขาดความเชื่อมั่นและหันไปหาช่องทางอื่นในการทำการตลาด โดยการตลาดในรูปแบบวิดีโอ คงหนีไม่พ้นคู่แข่งอย่าง Youtube และ 3 เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำ การตลาดออนไลน์ เมินช่องทาง Facebook ก็เพราะว่า

1 : Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่คนรุ่นใหม่ ไม่สนใจอีกต่อไป

รู้หรือไม่ว่าเด็กๆ ยุคใหม่เค้าไม่สนใจที่จะเล่น เฟซบุค และเด็กๆ ยุคใหม่มักจะสนใจคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอเป็นหลัก ทำให้ Youtube ได้รับความนิยมมากกว่า

  • ผู้ใช้งานอายุ 11 ปี บน Facebook จะลดลง 9.3%
  • ผู้ใช้งานอายุ 12-17 ปี บน Facebook จะลดลง 5.6%
  • ผู้ใช้งานอายุ 18-24 ปี บน Facebook จะลดลง 5.8%

หากคิดเป็นตัวเลข เท่ากับว่า Facebook จะสูญเสียผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 24 ปี เป็นจำนวนถึง 2 ล้านรายในปี 2018

2 : เรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุนโฆษณาบน Facebook

เพราะโมเดลการทำการตลาดผ่าน Facebook ที่ยังคงไม่ชัดเจน หรือทำเงินให้ตัวเจ้าของแบรนด์ได้น้อยเกินไป ทำให้ Youtube ที่มีลักษณะโมเดลการโฆษณาได้โดยตรง (Direct-sell) และมีความชัดเจนมากกว่าจึงได้รับความนิยมมากกว่าตามไปด้วยนั่นเอง

 3 : YouTube คือแพลตฟอร์มที่ไม่ซับซ้อน และยั่งยืนกว่า Facebook

แม้ว่า Facebook มีคนใช้งานเยอะก็จริง แต่ทุกคนไม่ได้เข้าไปเพื่อตั้งใจวิดีโอเพียงอย่างเดียวเพราะ Facebook มุ่งเน้นในเรื่องการสื่อสารระหว่างบุคคล ทำให้อาจเกิดเหตุการณ์ที่ว่า “ดูผ่านๆ หรือไม่ได้ตั้งใจดู”  ต่างกันกับ YouTube ที่ทุกคนเมื่อเข้ามาบนแพลตฟอร์มนี้ เพื่อต้องการดูคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอเท่านั้น และยังเป็น แพลตฟอร์มที่คนดูจะดูอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมในการทำการตลาดรูปแบบวิดีโอมากกว่าบน Facebook

 

 



ป้ายกำกับ:,

ติดต่อเรา
Contact Us